|
ผลิตภัณฑ์ใหม่ของเรา
ใช้แอลพีจีแก๊สร่วมกับดีเซล
ติดต่อสอบถาม
โทร 02-1216090
081-923-1188,086-014-7888 คุณอนุรักษ์
087-075-8302,087-031-2028 คุณเจิ้น (ภาษาจีน)
083-618-1089 คุณยุวดี
**ยินดีให้คำปรึกษา**
แก่ผู้ที่ทำธุรกิจและองค์กรต่างๆ ที่ต้องใช้ยานพาหนะในการขนส่งจำนวนมาก
เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทำให้ได้กำไรมากขึ้น
และสามารถทำการค้าแข่งกับคู่แข่งได้ดียิ่งขึ้น
ผลการทดสอบ A-TECH HYDRO
กับรถบรรทุกดีเซล บริษัท สหฟาร์ม จำกัด
เส้นทางกรุงเทพ(ราม)-ลพบุรี-พัทยา(สุขาวดี)-กรุงเทพ(ราม)
ระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร/วัน
ทดสอบกับรถบรรทุก ISUZU ดีเซล

|
รายละเอียด |
ใช้ดีเซลอย่างเดียว |
ใช้ดีเซลร่วมกับ
A-TECH HYDRO |
|
ระยะทางการใช้งาน |
600 กม./วัน |
600 ก.ม./วัน |
|
ปริมาณการใช้ดีเซล |
200 ลิตร/วัน |
150 ลิตร/วัน |
| ราคาดีเซล |
28.19 บาท/ลิตร |
28.19บาท/ลิตร |
|
ค่าใช้จ่ายการใช้ดีเซลต่อวัน |
5,638 บาท |
4,228 บาท |
การใช้ A-TECH
HYDRO สามารถประหยัดได้ 25% หรือ
1,410 บาท/วัน/คัน
การใช้ A-TECH
HYDRO สามารถประหยัดได้
514,650
บาท/ปี/คัน
ติดตั้งในรถแท็กซี่ใช้ NGV

แท็กซี่ใช้ NGV
พอใช้ไฮโดรเจนเข้าช่วย
สามารถช่วยประหยัดและส่งผลดีต่อเครื่องยนต์ดังนี้
- NGV 1 ถัง วิ่งได้ประมาณ
180 ก.ม.
ใช้ไฮโดรเจนเข้าร่วมสามารถวิ่งได้ 250
ก.ม.
วิ่งได้ระยะทางเพิ่มขึ้น
70 ก.ม.
หรือเพิ่มขึ้นประมาณ
38%
- ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ได้มากขึ้น
เท่ากับเป็นการยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
- ความแรงของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น
- ลดมลภาวะเป็นพิษ
ผลการทดสอบ
A-TECH HYDRO
กับรถบรรทุกที่ใช้ NGV
ทดสอบกับ บริษัท ท่าทราย ซายหงส์ จำกัด จ.นครสวรรค์ ขนส่ง
หิน และทราย จาก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์
และพื้นที่ใกล้เคียง ระยะทางประมาณ 450 กิโลเมตร/วัน
ทดสอบกับรถบรรทุก 10
ล้อ Nissan UD ทะเบียน 81 4844 ติดตั้ง NGV 10 ถัง ขนาด
145 ลิตร/ถัง

|
รายละเอียด |
ใช้ NGV อย่างเดียว |
ใช้ NGV ร่วมกับ
A-TECH HYDRO |
|
ระยะทางการใช้งาน
ปริมาณการสิ้นเปลือง NGV
ราคา NGV
ค่าใช้จ่ายการใช้ NGV ต่อวัน |
450 กม./วัน
2 กม./กิโลกรัม
8.50 บาท/กิโลกรัม
1,912 บาท |
450 ก.ม./วัน
2.8 กม./กิโลกรัม
8.50 บาท/กิโลกรัม
1,366 บาท |
การใช้ A-TECH
HYDRO สามารถประหยัดได้ 29% หรือ 546 บาท/วัน/คัน
การใช้ A-TECH
HYDRO สามารถประหยัดได้ 199,290
บาท/ปี/คัน
บริษัท ท่าทราย ซายหงส์
จำกัด มีรถที่ใช้ NGV ทั้งสิ้น 4 คัน
และสามารถประหยัดได้การใช้ NGV ได้ทั้งสิ้น
797,160 บาท/ปี
เครื่องผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen) สำหรับรถ
เครื่องผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen) ของเรานั้นผลิตจากแผ่นเซลส์โลหะชนิดพิเศษโดยมีลักษณะเป็นทรงกระบอก
ทำให้ติดตั้งได้ง่ายและมีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพการใช้งานในรูปแบบต่างๆ
เครื่องผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen) ของเรานั้นสามารถใช้ร่วมกับเชื้อเพลิงในชนิดต่างๆเช่น
เบนซิน ดีเซล LPG NGV
ผลงานการติดตั้งในรถประเภทต่างๆ

ผลงานการติดตั้ง รถใช้น้ำ รถยนต์ไฮโดรเจน ในต่างประเทศ

ผลิตภัณฑ์ของเรา ได้รับการยอมรับจากประเทศ
ทีมงานของเราเคยเดินทางไปติดตั้ง A-TECH HYDRO ณ
ประเทศจีนและสิงคโปร์...
ความปลอดภัยในการใช้งาน รถใช้น้ำ รถยนต์ไฮโดรเจน
1.ผลิตก๊าซขึ้นมาตามการใช้งานเท่านั้น
2.ไม่ต้องใช้ถังในการจัดเก็บ
3.มีระบบการตัดกระแสไฟฟ้า
เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ในขณะผลิตก๊าซ
| |
 |
|
|
การผลิตเชื้อเพลิง ไฮโดรเจน
รู้ทันพลังงาน
ผศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE)
ด้วยราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น
และปริมาณการสะสมน้ำมันดิบทั่วโลกที่เริ่มลดน้อยลง
ส่งผลให้ในปัจจุบันการพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ (Alternative
fuels)
ขึ้นมาใช้แทนที่น้ำมันดิบเป็นสิ่งที่ประเทศพัฒนาแล้วต่าง ๆ
ทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ และญี่ปุ่น
กำลังให้ความสนใจ
และดำเนินงานวิจัยเพื่อสังเคราะห์เชื้อเพลิงประเภทใหม่จากวัตถุดิบต่าง
ๆ กันอย่างแพร่หลาย
ตัวอย่างของเชื้อเพลิงสำคัญที่ทั่วโลก
กำลังให้ความสนใจศึกษาและวิจัยอยู่ได้แก่ เชื้อเพลิง ไฮโดรเจน (Hydrogen)
ซึ่งถูกนำไปใช้งานควบคู่กับเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel
cells) สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า
และใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์
โดยเชื้อเพลิง ไฮโดรเจน (Hydrogen) สามารถสังเคราะห์ได้จากวัตถุดิบตามธรรมชาติหลากหลาย
ประเภท อาทิ วัสดุชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน
ข้อดีของ ไฮโดรเจน (Hydrogen) คือ เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด
โดยเฉพาะเมื่อใช้กับเซลล์เชื้อเพลิง จะไม่ก่อให้เกิดมลพิษใด ๆ
รวมทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน
การ ผลิตเชื้อเพลิง ไฮโดรเจน (Hydrogen) สามารถทำได้หลายกระบวนการ
แต่กระบวนการที่ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยมากที่สุดและได้รับการคาดหมายว่าจะ
สามารถใช้จริงในเชิงพาณิชย์ได้ง่ายที่สุด คือ
กระบวนการความร้อนเคมี (Thermo-chemical Processes)
เช่น กระบวนการรีฟอร์มมิง (แปรรูป)
ซึ่งแบ่งออกได้เป็นอีกหลายกระบวนการย่อยขึ้นอยู่กับสารที่ใช้
กระบวนการรีฟอร์มมิงหลัก ๆ ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
คือ 1.กระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำ (steam reforming)
ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen) สูง
แต่เสียค่าใช้จ่ายน้อย จึงถูกนำมาใช้ในทางการค้าแล้ว
โดยหลักการของกระบวนการนี้คือ การป้อนไอน้ำ (steam)
เข้าสู่ระบบเพื่อทำปฏิกิริยากับสารไฮโดรคาร์บอนที่อยู่ในสถานะก๊าซ
เช่น ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซชีวภาพ และเอทานอล เป็นต้น
โดย ไฮโดรเจน (Hydrogen) จะถูกดึงออกจากไอน้ำ (H2O)
สารไฮโดรคาร์บอน (CH)
ส่วนออกซิเจนที่เหลือจากน้ำและคาร์บอนที่เหลือจากไฮโดรคาร์บอนจะรวมตัวกันเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
(CO)
2. กระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
(Carbon dioxide reforming หรือ Dry reforming)
เป็นกระบวนการที่คล้ายคลึงกับกระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำ
แต่จะต่างกันตรงที่ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นวัตถุดิบ
ข้อดีของกระบวนการนี้คือช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ
อีกทั้งยังควบคุมระบบการทำงานได้ง่ายกว่ากระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำ
แต่ข้อเสียคือ
สัดส่วนของ ไฮโดรเจน (Hydrogen) ที่ได้จากกระบวนการนี้จะต่ำกว่ากระบวนการแรก
และตัวเร่งปฏิกิริยาจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าเนื่องจากจะมีคาร์บอนจากคาร์บอน
ไดออกไซด์ไปเกาะอยู่ที่บริเวณผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา
3. กระบวนการออกซิเดชันบางส่วน partial
oxidation)
ซึ่งเป็นกระบวนการระหว่างสารไฮโดรคาร์บอนกับออกซิเจนกระบวนการนี้มีข้อได้
เปรียบกว่าสองกระบวนการแรก
ตรงที่ไม่จำเป็นต้องป้อนพลังงานจากภายนอก
เนื่องจากปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นแบบคายความร้อน
ทำให้เกิดพลังงานขึ้นภายในระบบ แต่ข้อจำกัดของกระบวนการนี้คือ
ปริมาณออกซิเจนที่ป้อนเข้าสู่ระบบต้องไม่สูงจนเกินไปเนื่องจากออกซิเจนที่
เหลือจากกระบวนการจะกลับมาทำปฏิกิริยากับ ไฮโดรเจน (Hydrogen) ที่ผลิตได้
กลายเป็นน้ำ ทำให้สูญเสียผลผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen)
นอกจากนั้น
ข้อจำกัดที่สำคัญอีกประการของการใช้กระบวนการนี้ในเชิงพาณิชย์คือ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะสูงกว่ากระบวนการรีฟอร์มมิงปกติ
เนื่องจากต้องมีระบบแยกออกซิเจนจากอากาศก่อนป้อนเข้าสู่ระบบ
เพราะหากไม่แยกออกซิเจนออก
จะทำให้ปริมาณความเข้มข้นของ ไฮโดรเจน (Hydrogen) ที่ผลิตได้ลดลง
เนื่องจากอากาศมีปริมาณไนโตรเจนสูง
และ 4. กระบวนการร่วมระหว่างกระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำกับออกซิเดชันบางส่วน
หรือที่เรียกกันว่า ออโตเทอร์มัลรีฟอร์มมิง (Autothermal
reforming)
ซึ่งเป็นกระบวนการใหม่ที่นำข้อดีของกระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำและกระบวน
การออกซิเดชันบางส่วนมารวมกันโดยการป้อนทั้งน้ำและออกซิเจนเพื่อทำปฏิกิริยา
กับสารไฮโดรคาร์บอน ข้อดีของกระบวนการนี้คือ
สามารถผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen) ได้ในอัตราส่วนที่มากกว่ากระบวนการออกซิเดชันบางส่วน
และใช้พลังงานน้อยกว่ากระบวนการรีฟอร์มมิงด้วยไอน้ำ
ในปัจจุบันกระบวนการดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมและเริ่มมีการใช้งานจริงในเชิง
พาณิชย์อย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ดีประเทศไทยมีข้อ
ได้เปรียบในการใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิง ไฮโดรเจน (Hydrogen) คือมีแหล่งเชื้อเพลิงที่
สามารถใช้ผลิต ไฮโดรเจน (Hydrogen) ได้มากมาย เช่น ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซชีวภาพ
วัสดุชีวมวล ถ่านหินหรือแม้แต่เอทานอลจากพืช
หากประเทศไทย
สามารถพัฒนาเทคโนโลยีในการเปลี่ยนวัตถุดิบดังกล่าวไปเป็นก๊าซ ไฮโดรเจน (Hydrogen)
เพื่อใช้งานในเซลล์เชื้อเพลิงได้
ถึงแม้ในอนาคตประเทศไทยต้องซื้อเทคโนโลยีเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเข้ามา
ก็จะเป็นการลดต้นทุนด้านพลังงานของประเทศได้อย่างมากมายอีกทั้งการพัฒนา
เทคโนโลยีการแปรสภาพเชื้อเพลิงขึ้นมาเองเพื่อใช้กับวัตถุดิบที่มีอยู่ใน
ประเทศ จะทำให้ประสิทธิภาพของระบบโดยรวม
สูงกว่าการซื้อเทคโนโลยีทั้งระบบมาจากต่างประเทศ
เนื่องจากคุณสมบัติที่แตกต่างกันของวัตถุดิบในแต่ละประเทศ
อย่าง ไรก็ตาม
การใช้เชื้อเพลิง ไฮโดรเจน (Hydrogen) อย่างกว้างขวางในเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องที่ยังต้อง
ใช้เวลาพัฒนาอีกค่อนข้างยาวนาน
เนื่องจากต้นทุนของเซลล์เชื้อเพลิงยังสูงมาก
อีกทั้งยังต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขนถานและกักเก็บ ไฮโดรเจน (Hydrogen)
ซึ่งต้องใช้ต้นทุนสูงเช่นกัน
หมายเหตุ :
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้รับการสนับสนุนจากโครงการ
พัฒนาบัณฑิตศึกษาและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
และจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
บทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน
ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2550 หน้า B6
|
|